พระเมรุมาศปรับตามบริบททุกยุคสมัย คงคติเขาพระสุเมรุ
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมศรีอยุธยา หอวชิราวุธานุสรณ์ บริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี มีการเสวนาในหัวข้อ “สถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ” โดย รองศาสตราจารย์ พีรศรี โพวาทอง อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับที่มา แนวคิด และพัฒนาการของสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศในสังคมไทย
รองศาสตราจารย์ พีรศรี กล่าวว่า พระเมรุมาศเป็นสถาปัตยกรรมสำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ชั้นสูง ใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิง โดยมีพัฒนาการควบคู่กับสังคมไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างต่อเนื่อง
แนวคิดสำคัญของพระเมรุมาศมีรากฐานจากคติความเชื่อโบราณเรื่อง “เขาพระสุเมรุ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาล โดยกำหนดความหมายของพระเมรุมาศให้เป็นเสมือนทิพยวิมานของเทพ และเป็นสถานที่ถวายพระเกียรติยศในวาระสุดท้าย
แม้รูปแบบพระเมรุมาศจะมีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ทั้งจากบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และสภาพบ้านเมือง แต่แนวคิดหลักยังคงอยู่ โดยลักษณะสำคัญของพระเมรุมาศคืออาคารยกพื้นสูง มีเรือนยอดที่โปร่ง และสามารถขึ้นลงได้จากหลายทิศทาง
พัฒนาการดังกล่าวทำให้รายละเอียดและรูปแบบโครงสร้างของพระเมรุมาศสามารถปรับให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละยุค โดยการปรับเปลี่ยนในรายละเอียดไม่ได้ทำให้คติความเชื่อและหน้าที่สำคัญของพระเมรุมาศเปลี่ยนไป
รองศาสตราจารย์ พีรศรี ยังกล่าวถึงความสำคัญของงานพระราชพิธีฯ ในมิติของประชาชนว่า ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการถวายความอาลัยในวาระสุดท้าย ขณะเดียวกันพระเมรุมาศยังเป็นพื้นที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยหลายแขนง
งานพระเมรุจึงเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรมของไทย ทั้งด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประเพณี และงานช่างแขนงต่าง ๆ ที่ปรากฏในพระราชพิธี
การจัดสร้างพระเมรุมาศจึงมีความสำคัญทั้งในฐานะส่วนหนึ่งของพระราชพิธีและเป็นแหล่งรวบรวมภูมิปัญญาช่างไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมและองค์ความรู้ที่สืบทอดมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
#พระเมรุมาศ
#กรมศิลปากร
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์พระบรมศพ
#สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
#Queensirikit